-------------------------------------------
#2 : สิ้นร่มไม้ใหญ่
-------------------------------------------
ลอร์ด ยูเธอร์ ริเอลเรีย ผู้เป็นทั้งพ่อและอาจารย์ของแอนไทรเดีย ได้มาพักอยู่นครเนอาโทรเปียแห่งนี้ได้อาทิตย์กว่าแล้ว เนื่องจากฟาร่าห์ เห็นว่า เนอาโทรเปีย มีหมอฝีมือดีเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการดีกว่า ที่จะให้ลอร์ด ยูเธอร์ พักรักษาตัวอยู่ที่นี่ เพราะตัวเธอเองก็มีงานที่จะต้องทำอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน
แอนไทรเดีย ยังคงแวะเวียนมาเยี่ยมอยู่แทบทุกวัน เธอหวังว่าหากได้ช่วยดูแล จะทำให้อาการดีขึ้นโดยเร็วกว่านี้
"เธอพักอยู่ในหอพักในโรงเรียนไม่ใช่หรือ แอนนี่ กลับดึกแบบนี้บ่อยๆ ทางโรงเรียนจะต่อว่าเอาได้นะ"
ฟาร่าห์ บอกกับแอนไทรเดีย เพราะหลังเลิกเรียน เธอมาคอยช่วยดูแลลอร์ดยูเธอร์จนค่ำมึด จนฟาร่าห์อดที่จะเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอไม่ได้
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูแจ้งกับทางหอพักไว้แล้ว แล้วตอนกลับหนูก็นั่งรถม้าไปจนถึงหน้าโรงเรียนเลย เพราะงั้นปลอดภัยหายห่วงค่ะ"
แอนไทรเดียอธิบาย
"หนูอยากมาดูแลมาสเตอร์จนกว่า จนหายดี ค่ะ"
"เฮ้อ ไม่ต้องจริงจัง ขนาดนั้นก็ได้ ยังไงที่นี่ ก็มีหมอช่วยดูแลอยู่แล้วนะ"
ฟาร่าห์พูดอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเธอเห็นว่า ยังไงซะ แอนไทรเดีย ก็ยังเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
"พวกเรา ยังอยู่ที่นี่อีกนาน เจ้าจะมาเยี่ยม อีกเมื่อไหร่ก็ได้นี่นา"
"เอ่อ.. ถ้ามาสเตอร์ หายดีแล้ว พวกท่านจะเดินทางกันเมื่อไหร่คะ"
แอนไทรเดีย อยากให้ลอร์ด ยูเธอร์ อาการดีขึ้นโดยเร็ว แต่เธอเอง ก็กลัวว่า เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราจะออกเดินทางกันไปอีก
ลอร์ด ยูเธอร์ เป็นนักเวทย์ผู้รักการผจญภัย เขาเดินทางไปทั่วแผ่นดิน เขาจึงไม่ค่อยที่จะพำนักอยู่ที่ไหนนานมากนัก แอนไทรเดียกับฟาร่าห์ จึงได้ร่วมเดินทางไปด้วยอยู่เสมอ ในฐานะผู้ติดตาม จนกระทั่ง พวกเราเห็นว่า ควรให้แอนไทรเดีย ได้เรียนรู้จากห้องเรียนบ้าง จึงส่งเธอมาเรียนยังวันเดอร์ฟอร์ด
"จะว่าไป มัวแต่วุ่นนั่นวุ่นนี่ จนลืมบอกเจ้าไปเลยนี่นะ"
ฟาร่าห์หันมาบอก
"เราจะปักหลักกันอยู่ที่นี่เลย เพราะข้าจะได้ใบรับรองอาจารย์เวทย์มนต์แล้ว"
"ใบรับรอง.. ใบรับรองอาจารย์เวทย์มนต์งั้นเหรอคะ ในที่สุดก็สำเร็จแล้วสินะคะ"
แอนไทรเดียดีใจหน้าบาน เมื่อได้ยินข่าวดีจากฟาร่าห์ เธอรีบเข้าไปจับมือแสดงความยินดี
"แต่ก็ยังรอทางสมาคมทำเรื่องให้อยู่นะ ไม่รู้ว่าจะเสร็จ พวกเจ้าหน้าที่ของสมาคม ทำอะไรชักช้าอยู่เสมอหน่ะแหละ"
ฟาร่าห์ พร่ำบ่น ทั้งๆที่สีหน้าเธอกำลังแสดงถึงความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
"ไม่รู้ว่าที่ขอให้ได้สอนที่วันเดอร์ฟอร์ด จะได้รับอนุมัติรึเปล่า"
"อย่างคุณฟาร่าห์ ต้องทำได้อยู่แล้วค่ะ"
ตั้งแต่จำความได้ แอนไทรเดีย ก็มี ลอร์ด ยูเธอร์ ริเอลเรีย กับ ฟาราห์ มาร์เซอรี คอยเลี้ยงดู เธอจึงให้ความสำคัญกับทั้งสองคนมาก ทั้งสองคนเอง ก็รักและเอ็นดูแอนไทรเดียมาก ไม่มีจะมีเรื่องอะไร พวกเขาจะคอย ช่วยเหลือ ช่วยให้คำปรึกษาอยู่เสมอ
'ไม่ว่าจะมีเรื่องกังวลใจอะไร ก็คอยช่วยอยู่เสมอ'
แอนไทรเดีย จึงตัดสินใจ ที่จะเล่าให้ฟาร่าห์ฟัง
"เอ่อ.. คุณฟาร่าห์คะ"
แอนไทรเดียเอ่ยขึ้นถาม
"คุณฟาร่าห์ พอจะรู้เรื่อง 'ฝันบอกเหตุ' บ้างรึเปล่าคะ "
"ฝันบอกเหตุ?"
ฟาร่าห์ถามย้ำความแน่ใจ ก่อนนิ่งครุ่นคิด
"เห็นว่า เป็นศาสตร์การทำนายอนาคตจากความฝัน ของพวกนักพยากรณ์นี่นะ"
"เจ้าหน่ะ ฝัน.."
ฟาร่าห์ หยุดคำพูดไว้ เหมือนนึกอะไรบางอย่างได้
"แอนนี่ นี่เจ้าฝันอะไร ที่คิดว่าจะเป็นลางบอกเหตุ อย่างงั้นรึ"
"อ่า.. เอ่อ.. ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ"
แอนไทรเดียเริ่มลังเล
"เพียงแต่ หนูคิดว่า มันแปลกๆ"
"แปลก? แปลกยังไงกัน"
ฟาร่าห์เริ่มแสดงอาการร้อนรน
"เจ้าฝันเห็นอะไรกัน แอนนี่"
"เอ่อ.. ก็แค่ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งหน่ะค่ะ"
"ผู้หญิง? ผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงกัน"
ฟาร่าห์ซักไซ้หาคำตอบ ราวกับว่ากำลังสอบสวนแอนไทรเดียอยู่ แอนไทรเดียรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะปกติแล้วฟาราห์จะเป็นคนใจเย็นกว่านี้
"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ หนูเห็นเพียงลางว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น แล้วก็.."
"แล้วก็?"
"ความคุ้นเคยค่ะ ความรู้สึกว่าคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน แต่นึกยังไงก็ไม่ออกว่าเป็นใคร"
ฟาร่าห์ยืนนิ่ง สีหน้าตกตะลึง ราวกลับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"แล้วเธอก็พูดบอกกับหนูด้วย"
แอนไทรเดีย เล่าต่อด้วยสีหน้าสับสน
"เธอบอกว่า 'เธอคือตัวหนู' "
"ถ้านี่เป็น ฝันบอกเหตุ มันหมายความว่ายังไงกัน"
ฟาร่าห์นิ่งพักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจพูกออกมาก
"ไม่รู้เหมือนกัน บางทีอาจจะเป็นฝันบอกเหตุ อย่างที่เจ้ากังวลก็ได้ เอาไว้ยังไง เดี๋ยวข้าจะลองถามมาสเตอร์ กับพวกนักพยากรณ์ให้ก้อแล้วกัน"
ฟาร่าห์รีบตัดบท
"จะว่าไป นี่ก็จะดึกแล้วนะ เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผู้ดูแล จะต่อว่าเอาได้"
"อะ.. ค่ะ"
แอนไทรเดียตอบรับและหันไปดูนาฬิกาที่แขวนอยู่บนเพดาน ที่บอกให้รู้ตัวว่าเลยเวลามามากแล้ว
"ถ้างั้น หนูขอตัวก่อนนะคะ คุณฟาร่าห์ ขอบคุณมากเลยค่ะ"
"บ๊ายบาย รักษาตัวด้วยหล่ะ"
ฟาร่าห์ โบกมือให้ แอนไทรเดียที่กำลังวิ่งออกจาก เพื่อไปขึ้นขึ้นม้าที่อีกมุมด้านหนึ่งของถนน ด้วยสายตาที่เป็นห่วง เป็นกังวล เป็นอย่างมาก
"มาสเตอร์ สิ่งที่ท่านกังวล คงไม่อาจหลบเลี่ยงได้แล้วหล่ะเจ้าค่ะ .."
..............................
"ท่านลอร์ด อาการดีขึ้นบ้างหรือยังหล่ะ"
เจฟเอ่ยถามแอนไทรเดีย ขณะกำลังเก็บหนังสือหลังเลิกเรียน ซึ่งเย็นนี้ เธอก็คงต้องไปเยี่ยมลอร์ด ยูเธอร์ อีกเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
"อาการไม่ค่อยดีขึ้นเลย"
แอนไทรเดียส่ายหน้า
"หลายวันนี้ ท่านได้แต่นอนอยู่กับเตียงตลอดเลย"
"ไม่เป็นไรหรอก ให้ท่านได้พัก เดี๋ยวท่านก็อาการดีขึ้นเองแหละ อย่ากังวลไปเลย"
เจฟลูบหัวแอนไทรเดียเบาๆ ให้คล้ายกังวล
"อื้อ ขอบใจนะ"
แอนไทรเดีย ยิ้มตอบรับ
"ต้องไปแล้วหล่ะ ไปก่อนนะ"
เธอโบกมือลา แล้วรีบวิ่งออกไป
แอนไทรเดียวิ่งมาขึ้นรถม้าบริเวณหน้าโรงเรียน เพื่อนั่งเข้าไปยังชานเมืองอีกด้านหนึ่งของเนอาโทรเปีย รถม้าวิ่งลัดเลาะไปตามท้องถนนภายในมหานครแห่งเวทย์แห่งนี้ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจะมาถึงยังจุดปลายทาง
เธอก้าวลงจากรถม้า ก่อนจะเดินเข้าไปยังบ้านพักรับรองของสมาคมเวทย์ สถานที่ซึ่งทางสมาคมเวทย์จัดไว้เพื่อรับรองแขกระดับสูงที่เดินทางมาเยือน ตั้งอยู่ริมชายทะเลและหุบเขา ซึ่งตอนนี้ ลอร์ด ยูเธอร์ จอมเวทย์อาวุโสผู้สร้างตำนานไปทั่วแผ่นดิน กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่นี่
เมื่อเปิดประตรูห้องพักเข้าใจ แอนไทรเดีย ก็ต้องแปลกใจ เมื่อได้เห็นผู้เฒ่าหลายคน อยู่ในห้อง เธอจำได้ว่าพวกเขาคือ ผู้อาวุโสของสมาคมนักเวทย์ ซึ่งเธอก็พอเดาได้ว่า พวกเขาคงมาเยี่ยมอาการป่วยของ ลอร์ด ยูเธอร์
"ขอโทษนะจ๊ะ ตอนนี้ท่านผู้เฒ่ากำลังมาเยี่ยมมาสเตอร์หน่ะ เราไปรอข้างนอกเถอะ"
ฟาร่าห์ รับเดินเข้ามาหาแอนไทรเดีย เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนเหล่าผู้เฒ่า
"ค่ะ"
แอนไทรเดีย ตอบรับ และหันไปคำนับทำความเคารพเหล่าผู้เฒ่า และลอร์ด ยูเธอร์ ซึ่งนอนอยู่บนเตียง ก่อนจะเดินออกจากห้อง พร้อมกับฟาราห์
ลอร์ด ยูเธอร์ ยิ้มให้ และมองแอนไทรเดีย ก่อนที่เธอจะออกจากห้องไป อย่างอาวรณ์
"นึกไม่ถึงเลยนะคะ ว่าท่านผู้เฒ่าทั้งหก จะมาเยี่ยมมาสเตอร์ด้วยตนเอง"
"อื้อ ก็ว่างั้นแหละ มากันโดยไม่บอกกล่าว จนยุ่งไปหมดแล้วเนี่ย"
ฟาร่าห์บ่นอุบ แล้วหันมาถามแอนไทรเดีย เพราะเรื่องอยากให้ช่วย
"แอนนี่ ช่วยอะไรสักหน่อยได้ไหม"
"ได้สิคะ มีอะไรเหรอ"
"ช่วยไปยืมหนังสือพวกนี้จากหอสมุดให้ทีสิ"
เธอหยิบกระดานยื่นให้กับแอนไทรเดีย
"ข้าต้องใช้คืนนี้ซะด้วยสิ เพราะตาแก่พวกนี้โผล่มา ข้าเลยไม่มีเวลาไปยืมเลย แย่จริงเชียว"
แอนไทรเดีย รับกระดาษมาดู ในนั้นเขียนรายชื่อหนังสือจำนวนห้าเล่มเอาไว้
"ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปยืมมาให้"
เธอตอบรับ
"ช่วยทีละกันนะ แอนนี่ อ้อ รีบๆไปหน่อยละกัน เดี๋ยวหอสมุดจะปิดไปซะก่อน"
"ค่ะ"
แอนไทรเดียรีบวิ่งออกไป
ฟาร่าห์มองแอนไทรเดียที่วิ่งออกไป ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ
"ขอโทษนะ แอนนี่"
แอนไทรเดีย รีบไปยังหอสมุดเพื่อยืมหนังสือ ให้กับฟาร่าห์ โดยไม่รู้สึกสงสัยในสิ่งที่ผิดไปจากปกติ
ในเมื่อ บุคคลระดับผู้เฒ่าแห่งสมาคมเวทย์มาเองแบบนั้น แม้ว่าจะเป็นเพียงการมาเยี่ยมเยือนอาการป่วยของมิตรสหาย ก็ควรที่จะมีคนเฝ้าประตูทางเข้าไว้ เพื่อไม่ให้มีคนนอกเข้าไปรบกวน พนักงานต้อนรับเอง ก็ไม่ได้บอกกล่าวอะไรถึงเรื่องแขกที่มาเยี่ยม ราวกับว่า จงใจปล่อยให้เธอได้เข้าไปในห้อง
ใช่แล้ว เธอได้เข้าไปในห้อง เพราะลอร์ด ยูเธอร์ ต้องการได้เห็นหน้าเธออีกสักครั้ง
ฟาร่าห์กลับเข้าไปในห้อง เพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบว่า แอนไทรเดียได้ออกไปแล้ว พวกเราเหล่านี้ ไม่ได้มาเพื่อเยี่ยมอาการป่วยของลอร์ด ยูเธอร์ โดนตรง พวกเขามาเพราะคำเชิญของลอร์ด ยูเธอร์
จอมเวทย์ชรา ผู้ซึ่งป่วยหนักจนไม่อาจลุกจากเตียงได้ เขาเดินทางไปทั่วแผ่นดินและเรียนรู้เรื่องราวต่างๆมามากมาย เขาจึงรู้ดีว่า ตนเองเหลือเวลาอีกเพียงน้อยนิดเท่านั้น
เขาเรียกเพื่อนสนิทที่เคยผจญภัยมาด้วยกันเมื่อสมัยวัยหนุ่ม มาเพื่อสั่งเสียเรื่องต่างๆที่ยังค้างคาอยู่ เรื่องที่สร้างความกังวลใจให้เขามาตลอด และที่สำคัญเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากให้แอนไทรเดียได้รับรู้
กว่าที่แอนไทรเดียจะไปถึงหอสมุด และหาหนังสือที่ต้องการเจอ แล้วกลับมา อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาร่วมชั่วโมง นี่จึงเป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อให้เธอไม่ได้อยู่ร่วมรับรู้
พวกเขานั่งล้อมเตียงผู้ป่วย แต่ละคนหน้าตาเคร่งเครียด ก่อนที่ ลอร์ด ยูเธอร์จะเริ่มเอ่ยปากพูด
"ข้ารู้ดี ข้ามีเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนแรง จากริมฝีปากที่แห้งผาก
"ข้าขอพูดตรงเลยก็แล้วกัน"
"ฝากดูแล แอนไทรเดียด้วย"
เขาพูดอย่างเป็นกังวล
ทุกคนพยักหน้าตอบรับ เพราะรู้ดีว่านี่คือเรื่องที่น่ากังวลใจที่สุด ทุกคนนิ่งเงียบ ก่อนที่ผู้เฒ่าคนหนึ่ง จะเอ่ยพูดขึ้น
"แฟรี่ ดรีม เริ่มเสื่อมแล้วสินะ"
เป็นการพูดเปิดประเดนที่ตรงไปตรงมา และทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ฟาร่าห์หันหน้ามองลอร์ด ยูเธอร์ ก่อนจะหันมาพูดบอกกับคนอื่นๆ
"เจ้าค่ะ แอนไทรเดียเริ่มฝันมาพักใหญ่แล้ว คงเป็นผลมาจาก แฟรี่ ดรีม เจ้าค่ะ"
"ในที่สุด วันนั้น ก็จะต้องมาถึงจริงๆงั้นรึ"
ผู้เฒ่าอีกคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเท่า
"ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้จริงๆสินะ คำนายไม่มีทางผิดพลาดจริงๆด้วยสินะ"
"ยังไง ซะเราก็ต้องสู้เท่านั้น คราวนี้จะต้องจัดการมันให้ได้"
ผู้เฒ่าอีกคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน ราวกับว่ามีความคับแค้นแน่นอยู่ในอก
"คราวนี้ต้องไม่พลาด ต้องไม่ให้มันหนีไปได้เหมือนเมื่อสามปีก่อนเด็ดขาด"
เขาเอามือกุมตาขวาที่บอดสนิท มีแผลเป็นพาดยาวมาถึงแก้มไว้แน่น
"ใช่ คราวนี้ต้องจัดการให้ได้"
คนอื่นตอบรับ
"ยังไงซะ มันก็ต้องกลับมาแน่ นังเด็กปีศาจนั่น"
"แอนไทรเดีย คือความหวังของเรา"
ลอร์ด ยูเธอร์ พูดแทรกขึ้น
"เราต้องปกป้องเธอ มีเพียงเธอที่จะหยุดยั้งความล่มสลายเอาไว้ได้"
"ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะนะเจ้าคะ แต่ถ้า แฟรี่ ดรีม สลายไปเมื่อไหร่ ข้าเกรงว่า แอนนี่ อาจจะกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้น "
ฟาร่าห์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นครือ
"ถ้าหากข้าใช้แฟรี่ ดรีมได้ หล่ะก็ ทุกอย่างก็คงจะดีกว่านี้ แต่ข้าก็ทำไม่ได้ ข้า.. ข้าขอโทษค่ะ.. มาสเตอร์"
"ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกฟาร่าห์"
ลอร์ด ยูเธอร์ปลอบประโลมลูกศิษย์ของตน
"แฟรี่ ดรีม เป็นเวทย์ที่ซับซ้อนอย่างมาก ใช่ว่าจะใช้กันได้ง่ายๆ น้อยคนนักจะฝึกได้สำเร็จ "
"เราคงต้องทำใจรับรับเถอะ ยังไงซะ แฟรี่ ดรีม ก็ต้องสลายไปในที่สุด อย่างน้อย ก็หวังให้ เด็กคนนั้น ทำใจยอมรับความจริงให้ได้เท่านั้น"
หนึ่งในหกผู้เฒ่ากล่าวขึ้น
"ข้าต้องขออภัยพวกท่านจริงๆ ที่ต้องทิ้งภาระไว้ให้กับพวกท่าน หากข้าอยู่ได้นานกว่านี้สักนิด ก็คงไม่เป็นแบบนี้"
"ไม่เป็นไร ยูเธอร์ วางใจเถอะ ความหวังของเจ้า พวกเราจะสืบต่อให้เอง"
"ขอบคุณ พวกท่านมาก.."
ลอร์ด ยูเธอร์กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหันไปเรียกหาฟาร่าห์
"ฟาร่าห์ เข้ามาใกล้ๆซิ.."
"ต่อไป พวกเจ้าต้องดูแลกันให้ดีนะ จงรักกันไว้.."
"จะ..เจ้าค่ะ"
ฟาร่าห์ตอบรับน้ำตานองหน้า กุมมือผู้เป็นอาจารย์ไว้แน่น
"แอนนี่ ก็เหมือนเป็นน้องสาวข้า ข้า.. ข้าจะปกป้องเธอเองเจ้าค่ะ มาสเตอร์ไม่ต้องเป็นห่วง.. อึก.."
"ฟาราห์ ข้ารักพวกเจ้า ..พวกเจ้าก็เพื่อนลูกสาวของข้า.."
"ข้า.. ข้าก็รักท่านเหมือนพ่อเหมือนกันค่ะ มาสเตอร์.."
"ฝากบอกแอนไทรเดียด้วย ว่าข้ารักเจ้ามาก ฝากบอกด้วย.."
"ว่า.. ข้า.. ขอโทษ.."
สิ้นคำพูดสุดท้าย ลอร์ด ยูเธอร์ ริเอลเรีย จากไปอย่างสงบ
ทิ้งไว้เพียงความหวังที่ทุกคนต้องสืบต่อ และความโศกเศร้า ของผู้ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง..
..........................
แอนไทรเดีย หยิบหนังสือทั้งห้าเล่ม ใส่เข้าไปในกระเป๋าผ้าที่เตรียมมาด้วย ก่อนจะเดินออกมาจากหอสมุด
ทันใดนั้น ปวดจี๊ดบริเวณหัว ราวกับมีแรงดันมหาศาลกดเอาไว้ มันทำให้เธอรู้สึก ราวกับว่า มีเรื่องสำคัญที่เธอได้ลืมไป โผล่เข้ามาในสมอง แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่า คืออะไร แม้ว่าจะพยายามคิดอย่างไรก็ตามที
เธอรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก เธอรู้สึกราวกลับว่า ถ้าไม่รีบกลับไป เธอจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไป เธอรีบลูกขึ้น วิ่งกลับไปยังบ้านพักรับรอง ที่ซึ่งผู้ที่เป็นทั้งพ่อและอาจารย์ของเธอ พักรักษาตัวอยู่
เธอรีบวิ่งไปอย่างร้อนใจ โดยไม่สนใจความเหน็ดเหนื่อย ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไม่สนใจและไม่รู้สึกถึงดวงตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมองเธอ
บนยอดรอนาฬิกาที่ตั้งเด่นอยู่กลางเมือง เจ้าของสายตาคู่นั่น จ้องมองแอนไทรเดียที่กำลังวิ่งลัดเลาะผู้คนในถนนอย่างไม่คลาดสายตา แสงสลัวในยามราตรี ช่วยบดบังไม่ให้รู้ว่าผู้ที่อยู่บนหอเป็นใคร แต่สายลมที่พัดแรงในยามราตรี พัดให้ผมที่ยาวสรวยกับชายกระโปรงพริ้วไปมา ก็ช่วยให้รู้ว่า เธอเป็น เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอจ้องมองราวกับ ล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ
"ลอร์ด ยูเธอร์ ริเอลเรีย ...สิ้นแล้ว..."