-------------------------------------------
#1: Antriidia
-------------------------------------------
"ที่นี่.. ที่ไหนกัน"
แอนไทรเดีย หันมองรอบบริเวณที่ตนเองยืนอยู่ ซึ่งเป็นที่โล่งกว้างสีขาวโพลน แสงสว่างสีขาวสาดส่องทั่วอาณาบริเวณ
ด้วยความสับสน เธอจึงสะดุดขาตนเองล้มลง
"ไม่เป็นไร ใช่ไหม"
เจ้าของเสียงอ่อนโยน เอ่อถามก่อนจะดึงเธอให้ลุกนั่ง
"เธอ.. เธอเป็นใคร"
แอนไทรเดียจ้องมอง ผู้ที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งเห็นเพียงเป็นเงาลางๆเท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะมองออกว่า เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
"ฉันเหรอ.."
สาวน้อยปริศนา กล่าวแล้วหยุดนิ่ง ก่อนที่จะกล่าวต่อ
"ฉันคือเธอไงหล่ะ"
"ฉัน?"
แอนไทรเดีย รู้สึกสับสน
สาวน้อยปริศนาว่ายมือมาปาดแก้มแอนไทรเดีย
'ความรู้สึกนี้ มันอะไรกัน รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก'
"ถึงเธอจะลืมฉัน แต่ฉันก็ไม่เคยลืมเธอ"
เสียงกล่าวด้วยสำเนียงอันคุ้นหู ทำให้แอนไทรเดียได้แต่นั่งเงียบ
ขณะเดียวกัน ภายใต้ความคุ้นเคยนั้น กลับทำให้เธอรู้สึกถึงความรู้สึกกลัว
'ความกลัว'
ความกลัวที่เย็นยะเยือกไปถึกกระดูก ความกลัวที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้เธอจะพยายามนึกว่าเพราะอะไร แต่ก็ไม่อาจนึกออกได้
ทันใดนั้นแสงสว่างก็เลือนหายไป ความมึดเข้าปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ สาวน้อยปริศานาถูกความมึดปดบังให้เห็นเพียงเงาจางๆสีดำ และค่อยๆสลายตัวทีละนิด
"ดะ.. เดี๋ยวก่อน"
แต่ไม่ทันการ เงาดำสลายไปจนหมดสิ้น
...
แอนไทรเดีย สะดุ้งดื่นขึ้นกลางดึก ตัวสั่น เหงื่อท่วมตัว
เธอเหลือบมองผ่านผ้าม่านหน้าต่างออกไปยังหอคอยนาฬิกา ที่บอกเวลาว่าอยู่ในช่วงเวลาตีสอง
เธอหันไปมอง เอลิซ่า ที่หลับสนิทอยู่บนเตียงอีกตัวนึง
"ความฝัน.."
ใช่แล้ว มันเป็นเพียงแค่ความฝัน
แม้ว่า เธอจะฝันแบบนี้ติดต่อกันมาหลายวันแล้วก็ตามที..
.......................
"เป็นอะไรหน่ะ แอนไทรเดีย ไม่สบายเหรอ"
เจฟเอ่ยถาม เมื่อเห็นแอนไทรเดียท่าทางไม่ค่อยสบาย
"ไม่เป็นไรจ่ะ เมื่อคืนแค่นอนไม่หลับหน่ะ"
แอนไทรเดียกล่าวตอบ เพราะความฝันเมื่อคืนทำให้เธอนอนไม่หลับ จนมีท่าทางอ่อนเพลียในห้องเรียน
"อะไรกัน นอนไม่หลับอีกแล้วเหรอ มีเรื่องกลุ้มใจอะไรรึเปล่า มีอะไรก็ปรึกษากันได้นะ"
"ไม่มีอะไรจริงๆจ่ะ แค่ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับเท่านั้นเอง ไม่ต้องห่วงหรอก"
"งั้นเหรอ ไม่เป็นไรแน่นา เธอสองคนคงไม่ได้ทำอะไรกันจนหมดแรงทุกคนหรอกนะ"
เจฟพูด พลางชีมือไปหาเอลิซ่า ที่หลับสนิทอยู่กับโต๊ะเรียน
"บะ.."
"ว้าย"
"เหวอ"
"หวา~"
เสียงทั้งสามคนร้องขึ้นพร้อมกัน เมื่อโดนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆซ๊อตให้รู้สึกตัว
"เธอสามคนนี่กล้ามากนะ ที่คุยกันไม่สนใจที่ข้าสอน โดนให้รู้สึกตัวอีกสักทีดีไหม ฮึ"
อาจารย์ประจำวิชา ผู้ที่ใช้เวทย์สายฟ้าช่วยให้รู้สึกตัว ตีหน้ายักษ์ มองมายังทั้งสามคน
"ขอโทษครับ/ค่ะ"
"แอนไทรเดีย ทั้งๆที่เธอเอง ปกติตั้งใจเรียนแท้ๆ ทำไมช่วงนี้ ถึงดูเหมือนไม่มีสมาธิเอาซะเลยหล่ะ หือ"
อาจารย์เริ่มกล่าวตำหนิ แอนไทรเดียเอง แม้จะทำอะไรผิดพลาดหลายอย่าง แต่ก็มีพรสวรรค์ด้านเวทย์มนต์เป็นอย่างมาก สามารถเรียนรู้แล้วใช้เวทย์มนต์ในบทเรียนได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเธอไม่มีสมาธิในการเรียน จึงทำให้อาจารย์รู้สึกไม่พอใจ
"ไหน ลองออกมาทดสอบเวทย์บทนี้ ให้ทุกคนดูหน่อย ก็แล้วกัน"
เมื่อเห็นว่า สอนทฤษฏีไม่เข้าหัว จึงเรียกออกมาปฏิบัติให้หายสะลืมละลือเสียบ้าง
"คะ.. ค่ะ"
แอนไทรเดียรีบลุกจากโต๊ะ โดยไม่ลืมหยิบหนังสือเรียนไปด้วย
"อะ.. เอ่อ.. ชาร์จ สเฟียร์"
เธอรวบรวมพลังเวทย์ สร้างกระแสไฟฟ้า แล้วควบคุมให้ก่อตัวและไหลเวียนจนเป็นทรงกลมขนาดใหญ่พอๆกับลูกบาสเกตบอล
ทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แม้ว่าการสร้างคุณสมบัติด้านธาตุ จะมีสอนมาตั้งแต่บทเรียนเวทย์มนต์ในชั้นต้นแล้ว แต่การควบคุมให้ก่อตัวในรูปแบบหรือรูปร่างที่ต้องการนั้น จะมีในบทเรียนชั้นปลายที่นักเรียนในห้องนี้ เพิ่งเรียนกันไปเท่า จึงเท่ากับว่า แอนไทรเดีย สามารถใช้เวทย์ขั้นสูงที่เพิ่งเรียน ได้อย่างไม่ยากเย็น
สำหรับเด็กอายุเพียง 16 ปี แล้ว ถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง
เสียงระฆังบอกเวลา ว่าหมดคาบเรียนสุดท้ายของวันนี้ ดังขึ้น นักเรียนทุกคน ทำหน้าโล่งอก เมื่อผ่านพ้นการเรียนไปได้อีกวัน
"อ้อ แอนไทรเดีย มีแขกมารอพบเธอที่ห้องรับรอง อย่าลืมไปพบ"
"แขก?? มาหาหนูเหรอคะ ใครกัน.."
แอนไทรเดียถาม พลางสลายพลังเวทย์
"เอาเป็นว่าเธอไปพบ ก็จะรู้เองหน่ะแหละ"
อาจารย์ตัดบท แล้วเก็บอุปกรณ์ประกอบการสอน เดินออกจากห้องเรียนไป
"เอ้~ ใครกันน้า มาหาแอนไทรเดียเนี่ย อ๊ะๆ หรือว่าผู้ชาย!!"
เอลิซ่า เริ่มพูดส่งเดช
"จะบ้าเรอะ ก้อแค่คนรู้จักหล่ะมั้ง"
เจฟพยายามปราม
"งั้นพวกเรา ไปดูกันไหม"
"หา??"
"เอ่อ.. คือว่า.."
"สรุปว่าไปกันเลย ป่ะ เดียวคนเขารอนานนะ"
"ให้มันได้งี้สิ"
เจฟถอนหายใจ เพราะรู้ว่ายังไงก็ปราบไม่อยู่แล้ว ส่วนแอนไทรเดียเอง ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว ทั้งสามคนจึงเดินไปยังห้องรับรองด้วยกัน
..............................
ทั้งสามคน เดินเลาะทางเดินของสมาคมนักเวทย์ที่ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนเพื่อไปยังห้องรับรอง ซึ่งจัดไว้รับรองแขกของสมาคม ซึ่งทำให้ทั้งสามคนพอจะเดาได้ว่า คนที่มารอพบแอนไทรเดียคราวนี้ คงไม่ใช่คนธรรมดา
"ขออนุญาติเจ้าค่ะ"
แอนไทรเดีย กล่าวขออนุญาติ ก่อนเปิดประตูห้องรับรองเข้า ส่วนเจฟ กับ เอลิซ่า รอดูสถานการณ์อยู่ด้านนอก
ภายในห้องรับรอง มีผู้มาเยือนสองคน นั่งรออยู่ คนแรกเป็นชายชราท่าทางทรงภูมิ ไว้หนวดเคราสีขาว แววตาดุดัน อีกคนเป็นหญิงสาวอายุประมาณสี่ยิบต้นๆ หน้าตาคมขำ ไว้ผมทรงหางม้าสีดำยาว ทั้งสองอยู่ในชุดฮูดสีขาว
"มาสเตอร์!! คุณฟาร่าห์!!"
แอนไทรเดีย เรียกชื่อทั้งสองคน แล้วกระโดดกอดชายชราทันที
"คิดถึงจังเลย มาสเตอร์มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าคะ"
"ไม่เอาน่า แอนไทรเดีย เจ้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ ยังไม่เลิกขี้อ้อนอีกรึ"
"เพิ่งมาถึงเมื่อกี้หน่ะแหละ เลยมารอพบเจ้าหน่ะ"
"แล้วอีกอย่าง เจ้าจะปล่อยให้เพื่อนๆเจ้าอยู่ข้างนอกแบบนั้นรึ ทำไมไม่เรียกเข้ามาด้วยกันหล่ะ"
ชายชราผู้ที่แอนไทรเดียเรียกว่ามาสเตอร์ กล่าว
"อะ.. เจ้าค่ะ เอลิซ่า เจฟ เข้ามาเถอะ นี่มาสเตอร์ฉันเอง"
เจฟ กับ เอลิซ่า เดินเข้ามาในห้อง และแสดงความเคารพพร้อมกับแนะนำตัว
"เจฟเฟิร์ด ฮาร์ท ขอรับ ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ"
"เอลิซ่า เบทซ์ เจ้าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะ"
"เอาหล่ะ ไม่ต้องมากพิธีการไป พวกเจ้าเป็นเพื่อนของแอนไทรเดียสินะ ขอบใจมาก ที่ช่วยดูแลแอนไทรเดียมาตลอด"
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เรื่องเล็กน้อย แฮะๆ"
เอลิซ่าพูดอย่างอายๆ
"เป็นหน้าที่อยู่แล้วขอรับ"
เจฟ ตอบรับ พร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นมองชายชรา
"ท่าน.. ท่านคือ.."
เจฟ ตื่นเต้นเมื่อได้เห็นหน้าของจอมเวทย์ชราชัดๆ
"ลอร์ด ยูเธอร์ ริเอลเรีย!!"
"อ้าว เจฟ รู้จัก มาสเตอร์ ด้วยเหรอ"
แอนไทรเดียถามด้วยความแปลกใจ ในขณะที่เอลิซ่าได้แต่ตีหน้างง
"จะไม่รู้จักได้ไง ท่านคือจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างตำนานไปทั่วทั้งแผ่นดินนี่นา ในหนังสือหลายต่อหลายเล่มต่างก็กล่าวถึ่งท่านไว้กันทั้งนั้น"
เจฟอธิบาย
"ผู้ยิ่งใหญ่อะไรกัน ตอนนี้ ข้ามันก็แค่ตาแก่ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นแหละ"
ลอร์ด ยูเธอร์ กล่าวพร้อมหัวเราะเบาๆ
"เดี๋ยวนี้ จะให้สู้พวกเด็กรุ่นหลัง ก็คงจะไม่ไหวแล้ว"
"ยังไงท่านก็ยังเป็น จอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่อยู่ดี กระผมตื่นเต้นมากเลยที่มีโอกาสได้พบกับท่าน"
"แต่ที่น่าตกใจไม่น้อยเลย ก็คงเป็นเรื่องที่ท่านเป็นท่านพ่อของแอนไทรเดียหล่ะนะขอรับ มิน่าหล่ะ แอนไทรเดียถึงได้ใช้เวทย์มนต์ได้เก่งนัก"
เจฟพูดพลางหันไปมองแอนไทรเนี่ย
"ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าท่านจะมีครอบครัวแล้ว แล้วก็ยังมีลูกสาวโตถึงขนาดนี้แล้วด้วย"
แอนไทรเดีย มองเจฟ และลอร์ดยูเธอร์ แล้วยิ้ม
"ก็ไม่เชิงหรอกนะ ฉันแค่ลูกบุญธรรมหน่ะ"
เจฟ นิ่งเงียบ เขาเป็นคนที่เข้าใจอะไรได้เร็ว จึงรู้ว่า ไม่ควรซักไซ้ถามต่อ
"อย่ามัวสนใจกับเรื่องเล็กน้อยอยู่เลย ข้าหน่ะ... แคกๆ"
ลอร์ด ยูเธอร์ ไอแคกๆ สีหน้าของเขา ดูไม่ค่อยดีนัก
"มาสเตอร์"
แอนไทรเดีย กับ ฟาร่าห์ รีบเข้าไปดูแลผู้เป็นอาจารย์
"ข้าบอกแล้วไงเจ้าคะ ว่าอย่าฝืนแบบนี้ เดี๋ยวอาการจะกำเริบอีกนะเจ้าคะ"
"ข้าไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง"
"อย่าฝืนเลยเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะพาท่านกลับที่พักก่อนละกันนะเจ้าคะ"
ฟาร่าห์ เกรงว่า อาการของผู้เป็นอาจารย์จะแย่ลง จึงจะพากลับ
"เอ่อ หนูไปด้วยเจ้าค่ะ"
แอนไทรเดีย ขอตามไปด้วยเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรหรอก แอนไทรเดีย ข้าแค่เหนื่อยนิดหน่อย เท่านั้นเอง พักหน่อย เดี๋ยวก้อดีขึ้น"
ลอร์ด ยูเธอร์ ลูบหัวแอนไทรเดียอย่างอ่อนโยน เขามองผู้ที่เป็นทั้งลูกศิษย์และลูกสาวของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ด้วยสีหน้าเป็นห่วง เขารู้สึกได้ ถึงความกังวลที่อยู่ในใจของเธอ ได้เรื่องอาการของเขา และเรื่องของตัวเธอเอง
"เจ้าเองก็ไปพักผ่อนเถอะ ข้ายังอยู่ที่เมืองนี้อีกนาน เจ้าจะไปเยี่ยมอีกเมื่อไหรก็ได้"
"ทางสมาคมเวทย์ ได้จัดที่พักในตัวเมืองไว้ให้แล้วหน่ะ เจ้าไม่ต้องห่วง ไว้ค่อยเจอกันก็ได้"
..............................
แอนไทรเดีย เจฟ และเอลิซ่า เดินไปส่งลอร์ด ยูเธอร์ กับ ฟาร่าห์ จนขึ้นรถม้า แอนไทรเดียมองรถม้าที่กำลังแล่นไกลออกไปด้วยความเป็นห่วง
"นึกอาการของมาสเตอร์จะดีขึ้นแล้วแท้"
แอนไทรเดีย เอ่ยขึ้นด้วยความกังวล
"ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน อาการของท่านก็แย่ลงมาตลอด"
"ไม่ต้องห่วงไปหรอก ท่านลอร์ดไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกนะ ถ้าเจ้าเป็นห่วง ไว้เราค่อยไปเยี่ยมท่านกันก็ได้นี่นา"
เจฟพยายามปลอบแอนไทรเดีย
แอนไทรเดีย นิ่งเงียบ เธอยังคงอดกังวลไม่ได้ เธอคิดที่จะปรึกษากับยูเธอร์ เรื่องความฝันที่เธอเห็นมาหลายคืน แต่เมื่อเธอได้เห็นอาการป่วยของผู้เป็นบิดาแล้ว เธอจึงไม่อาจรวบกวนให้ท่านต้องมีเรื่องกังวลใจได้
เมื่อเห็นแอนไทรเดีย เอาแต่นิ่งเงียบ เจฟเอง แม้จะเป็นจะเป็นห่วง แต่ก็ทำได้เพียงแต่คอยปลอบโยนให้กำลังอยู่เงียบๆเท่านั้น
"เอาน่าๆ อย่ากังวลไปเลย ไม่มีอะไรหรอกน่า"
เอลิซ่าพูดแทรกทำลายความเงียบขึ้น
"เพราะไงซะ มันคงจะไม่มีมีอะไรแย่ไปกว่า โดนเมิน หล่ะน่า"
เอลิซ่า ทำหน้าตาน้อยใจ เพราะเธอคุยกับผู้ใหญ่ไม่เก่ง ตอนเธอเข้าหาลอร์ดยูเธอร์กับคนอื่น เธอจึงแทบไม่ได้คุยอะไร จนจืดจางไปโดยปริยาย
"ใช่สิ ฉันมันไม่มีค่า นี่นะ ฮึๆๆๆ"
เธอทำท่าทางแบบเด็กกำลังงอแง จนเจฟกันแอนไทรเดีย อดที่จะขำไม่ได้ ช่วยเปลี่ยนบรรยาศการได้เป็นอย่างดี
ช่วยให้แอนไทรเดียกลับมาหัวเราะได้ดังเดิม
ทุกอย่าง ยังคงดำเนินไปอย่างเงียบสงบดังเช่นเดิม
สงบ ราวกับท้องทะเลที่สงบไร้คลื่น ก่อนมรสุมจะมาเยือน..